About us

สวัสดีนะ

แทนตัวเองว่าเราได้ไหมอ่ะ จริง ๆ เราว่าทุกคนน่าจะอ่าน blog นี้มาได้ระยะนึง ถึงเข้ามาหน้านี้ได้ 55555 เรารู้จักกันแหละ เนอะ ?


ประวัติส่วนตัวสักเล็กน้อยนะครับ

ตอนที่ blog นี้เกิดขึ้นมา เราเป็นแค่เด็กมัธยมต้นคนนึงที่แบบ ชอบ programming และชอบเพลงสากล (ถึงจะฟังไม่รู้เรื่องก็เถอะ แต่ชอบ) ด้วยความที่เราอยากรู้เรื่อง เราอยากเข้าใจว่าเพลงเขาต้องการจะสื่ออะไร เราก็เลยตัดสินใจสร้าง blog เล็ก ๆ ขึ้นมา และเราก็เอาเพลงมาแปล แบบแปลเล่น ๆ เล่น ๆ เลย ซึ่งบอกเลยว่า ไม่คิดว่าจะมีใครมาดู ไม่คิดว่าจะทำได้นาน ไม่คิดว่าจะจริงจังขนาดนี้

ยังจำได้เลยว่า เพลงสากลเพลงแรกที่ฟังแล้วชอบ และยังฟังมาถึงทุกวันนี้ ก็คือ You Belong With Me ของ Taylor Swift (รวมถึง parody version ที่เป็น zombie ยังตราตรึงในใจมาตลอด ?)

พอเราขึ้นมัธยมปลาย เราตัดสินใจเรียน Intensive English Program ของโรงเรียน ซึ่งมันก็คือศิลป์คำนวณใน version ที่ + อังกฤษไปเท่าตัว สาเหตุที่เลือกก็ไม่อะไร อยากแปลเพลง 555555 ไปให้สุดสิครับ ซึ่งเราก็ได้เพื่อนที่สนใจมาช่วยกันทำอยู่สามสี่คน เดี๋ยวว่าง ๆ จะให้เขามาแนะนำตัวแบบทางการคนละรอบนะครับ

เราว่าเพลงมันอยู่ในหลาย ๆ ส่วนของชีวิตเรา มันเป็นเหมือน diary ในทุก ๆ ครั้งที่เราเปิด มันสะท้อนแนวคิด มันดึงช่วงเวลา เหมือนกับเวลาที่หลาย ๆ คนชอบผูกเพลงไปกับช่วงเวลาต่าง ๆ นั่นแหละ


ภาษาอังกฤษ กับการฟังเพลง

เราคิดว่า ภาษาอังกฤษที่เราพูดได้ทุกวันนี้ มันมาจากการเรียนส่วนหนึ่ง แล้วก็มาจากการฟังเพลง แปลเพลง ดูซีรีย์ อ่านนิยาย

การฟังเพลงมันคือการฟังคนมาเล่าเรื่องราวออกมา สิ่งที่เรา รวมถึงแอดมินหลาย ๆ คนเห็น เรื่องราวเหล่านี้คือ storyline ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งมันก็คือ tense ต่าง ๆ ใน grammar ที่เราท่องจำนั้นแหละ

แอดมินก็เลยมาคิดกันว่า งั้นมันก็ต้องเป็นไปได้สิ ถ้าเราจะเอาเพลง มาช่วยในเรื่องของการเรียนรู้ภาษา ลองยกท่อน ๆ หนึ่งมาจากเพลงได้เลย

You’re on the phone with your girlfriend
She’s upset, she’s going off about something that you said
‘Cause she doesn’t get your humor like I do.

You Belong with Me – Taylor Swift

เธอคุยอยู่กับแฟนของเธอ
เขากำลังโมโหกับเรื่องที่เธอพูดไปก่อนหน้านั้น
เพราะว่าเขาไม่เกทมุขตลกของเธอ เหมือนที่ฉันเกท

จะเห็นว่าด้วยความที่เพลงมันเป็น storyline ต่อ ๆ กัน เราจะเห็นว่าการทะเลาะกันในตอนนี้ (เป็น Present Simple) เกิดมาจากอะไรสักอย่างที่พระเอก MV ของเราพูดไป (แน่นอน เป็นอดีต ก็ Past Simple)

เห็นไหม ถ้าเราเข้าใจเนื้อหาเพลง เราจะอ่านเนื้อเพลงแล้วจำรูปแบบการใช้งาน และ grammar ที่ใช้ได้เลย โดยที่ไม่ต้องท่องสักนิด (เพราะเนื้อเพลงมันจำง่ายกว่าเยอะ) ด้วยวิธีนี้แหละ การเรียนภาษาอังกฤษถึงดูน่าสนใจขึ้นมาก ๆ

Musicsaying

Musicsaying (music-saying) เป็น blog แปลเพลงที่มีเป้าหมายเพื่อศึกษา ทำความเข้าใจเพลง เนื้อหาของเพลงโดยคำนึงถึงบริบท นักร้อง และสิ่งต่าง ๆ เพื่อแปลบทเพลงออกมาด้วยภาษาที่เป็นธรรมชาติและตรงกับสิ่งที่เพลงและนักร้องต้องการจะสื่อออกมาให้มากที่สุด

อีกทั้งภาษาอังกฤษถือเป็นภาษาที่สำคัญและจำเป็นในชีวิตประจำวัน เป็นภาษาที่สามารถเปิดทางให้กับแนวคิดและโอกาสใหม่ ๆ ได้ การฟังเพลง การแปลเพลง และการเข้าใจเนื้อหาของเพลง นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้ว ยังได้ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ คำศัพท์ต่าง ๆ และสำเนียงการออกเสียง ความมั่นใจในการนำไปใช้

เนื้อเพลงทั้งหมดที่แสดงอยู่ใน blog นี้ ถือเป็นลิขสิทธิ์ของทางผู้แต่ง หรือต้นทาง ทางแอดมินและผู้แปล ผู้พัฒนาเว็บไซต์ ตั้งใจทำ Musicsaying ให้เป็น blog เพื่อการศึกษาความหมายของเพลง และศึกษาภาษาอังกฤษเท่านั้นครับ ?